คำสั่งทางการภายใต้กฎหมาย FASCSA: ปลดและห้ามจัดซื้อซอฟต์แวร์ DeepSeek
เมื่อวันที่ 19–20 ตุลาคม 2026 กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิสหรัฐฯ (Department of Homeland Security หรือ DHS) ได้เผยแพร่ประกาศคำสั่งลงใน Federal Register อย่างเป็นทางการ ภายใต้รหัสเอกสาร FR Doc. 2026-21429 และหมายเลขสารบบ Docket No. DHS-2026-0628 โดยคำสั่งดังกล่าวออกโดย Markwayne Mullin รัฐมนตรีว่าการกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ ภายใต้อำนาจของกฎหมาย Federal Acquisition Supply Chain Security Act of 2018 (FASCSA, 41 U.S.C. 1321–1328; 41 CFR 201-1) ตามคำแนะนำของสภาความมั่นคงด้านการจัดซื้อจัดจ้างของรัฐบาลกลาง (Federal Acquisition Security Council หรือ FASC)
ข้อกำหนดของคำสั่งนี้ระบุให้หน่วยงานฝ่ายบริหารพลเรือนของรัฐบาลกลาง (Civilian Executive Branch agencies) ดำเนินการสองประการหลัก ประการแรกคือ กีดกันและห้ามจัดซื้อผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีสารสนเทศ รวมถึงบริการที่พัฒนาโดยบริษัท หางโจว ดีพซีค อาร์ทิฟิเชียลอินเทลลิเจนซ์ จำกัด (Hangzhou DeepSeek Artificial Intelligence Co., Ltd.) และบริษัทในเครือทั้งหมด ประการที่สองคือ บังคับให้หน่วยงานถอดถอนผลิตภัณฑ์ ตลอดจนเครื่องมือและบริการภายนอกที่พัฒนาโดยใช้การติดตั้งหรือระบบของ DeepSeek ออกจากระบบสารสนเทศของรัฐบาลพลเรือนในทันที
ขอบเขตการบังคับใช้และกระบวนการขอผ่อนผัน 60 วัน
คำสั่งฉบับนี้มีผลบังคับใช้เฉพาะกับระบบสารสนเทศของหน่วยงานบริหารพลเรือนเท่านั้น โดยไม่ได้ครอบคลุมถึงกระทรวงกลาโหม (Department of Defense) หน่วยงานทางทหาร หรือประชาคมข่าวกรอง (Intelligence Community) ซึ่งโครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้ดำเนินงานภายใต้กรอบอำนาจความมั่นคงแห่งชาติแยกต่างหาก และได้มีมาตรการจำกัดการใช้งานเทคโนโลยีของ DeepSeek ไปก่อนหน้านี้แล้ว นอกจากนี้ คำสั่งดังกล่าวมิได้ครอบคลุมไปถึงการใช้งานของภาคเอกชนหรือผู้บริโภคทั่วไป
สำหรับหน่วยงานพลเรือนที่มีความจำเป็นเชิงปฏิบัติการ คำสั่งได้กำหนดกรอบเวลา 60 วันเพื่อให้หน่วยงานสามารถยื่นหนังสือขอรับการยกเว้นหรือขอผ่อนผัน (Waivers) ได้อย่างเป็นทางการ โดยคำร้องจะต้องส่งตรงไปยังคณะทำงานขับเคลื่อนคำสั่ง FASCSA ของสำนักงานความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์และโครงสร้างพื้นฐาน (Cybersecurity and Infrastructure Security Agency หรือ CISA) ผ่านช่องทาง fascsa.orders@cisa.dhs.gov เพื่อพิจารณาเป็นรายกรณี
เสียงสะท้อนจากผู้ปฏิบัติงาน: ความท้าทายในการตรวจสอบ Open Weights
ในหมู่นักวิจัยด้านความมั่นคงปลอดภัยและวิศวกรซอฟต์แวร์ การบังคับใช้กฎระเบียบนี้จุดชนวนให้เกิดการถกเถียงทางเทคนิคอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะประเด็นเรื่องความเป็นไปได้ในทางปฏิบัติของการตรวจสอบค่าน้ำหนักโมเดลแบบเปิด (Open Weights) ผู้เชี่ยวชาญชี้ให้เห็นว่า หากหน่วยงานหรือผู้รับเหมาช่วงทำการรันโมเดล DeepSeek บนเซิร์ฟเวอร์แบบปิด (Self-hosted) หรือนำโมเดลไป Fine-tune แบบกระจายน้ำหนักลงในโมเดลปลายทาง การที่ผู้ตรวจสอบภายนอกจะชี้ชัดถึงแหล่งที่มาของโมเดลผ่านการตรวจสอบระบบปกติทำได้ยากยิ่ง
ขณะเดียวกัน นักวิเคราะห์และนักพัฒนาระบบบางส่วนมองว่า มาตรการนี้สะท้อนถึงการแข่งขันทางภูมิรัฐศาสตร์และการแบ่งขั้วโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีระหว่างสหรัฐฯ และจีนที่เข้มงวดยิ่งขึ้น แม้ผู้สังเกตการณ์บางกลุ่มจะตั้งคำถามว่าความเสี่ยงจากโมเดลแบบเปิดแท้จริงอยู่ที่โค้ดหรือเป็นเพียงประเด็นทางนโยบายกีดกัน แต่ในฝั่งองค์กร ผู้ดูแลระบบต่างยอมรับว่าเครื่องมือประเภท SaaS Wrapper จากภายนอกที่แอบนำโมเดล DeepSeek ไปใช้งานอยู่เบื้องหลัง จะกลายเป็นจุดเสี่ยงสำคัญในการผ่านเกณฑ์การประเมินความปลอดภัย
บทเรียนและผลกระทบเชิงกลยุทธ์ต่อภาคธุรกิจในประเทศไทย
สำหรับองค์กรธุรกิจและผู้พัฒนาเทคโนโลยีในประเทศไทย คำสั่ง FASCSA ของสหรัฐฯ ฉบับนี้ให้บทเรียนสำคัญด้านการบริหารจัดการความเสี่ยงในห่วงโซ่อุปทานปัญญาประดิษฐ์ (AI Supply Chain) บริษัทเทคโนโลยีไทยที่มีสัญญาจ้าง พัฒนาระบบ หรือเป็นผู้รับเหมาช่วง (Subcontractors) ให้กับหน่วยงานรัฐบาลกลางสหรัฐฯ หรือทำงานร่วมกับคู่ค้าข้ามชาติที่มีตลาดในสหรัฐฯ จำเป็นต้องตรวจสอบรายการสถาปัตยกรรมโมเดลและซอฟต์แวร์ภายนอก (Software Bill of Materials: SBOM) ทันที เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีการนำโซลูชันของ DeepSeek ไปใช้งานในสายการผลิต
นอกจากนี้ ภาคธุรกิจไทยควรตระหนักว่า แม้การนำโมเดลแบบเปิดมาปรับแต่งจะช่วยลดต้นทุนการประมวลผลได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ความเสี่ยงด้านกฎระเบียบระหว่างประเทศกำลังกลายเป็นปัจจัยชี้ขาด องค์กรขนาดใหญ่ในไทยที่ออกแบบระบบ Generative AI ควรจัดทำกรอบธรรมาภิบาลข้อมูลและจัดทำเอกสารความสอดคล้องตามกฎระเบียบ เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับข้อกำหนดด้านการกำกับดูแลที่อาจเข้มงวดขึ้นในระดับสากล
คำสั่งนี้ขยายการแยกตัวทางภูมิรัฐศาสตร์ของห่วงโซ่อุปทานปัญญาประดิษฐ์จากระดับทหารมาสู่ระบบพลเรือน ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ องค์กรข้ามชาติ และผู้ให้บริการ SaaS ในไทยที่รับงานหรือเชื่อมต่อกับคู่ค้าในสหรัฐฯ